ครีมหน้าขาวใสจากฝรั่งเศส CORINE DE FARME

CORINE DE FARME Anti-Wrinkle

กล่องสีม่วง ( 50 ml. )::
ลดริ้วรอย ลดฝ้า กระได้ดี ทาทั่วใบหน้าและต้นคอ สกัดจากแกนกลางไม้โอ๊ค ให้ความชุ่มชื้นอย่างลึกซึ้ง
ผลิตภัณฑ์ลบเลือนริ้วรอยจากธรรมชาติตัวแรกที่ใช้ได้ทุกสภาพผิว ด้วยความพึงพอใจ สารสกัด Xylo-polyhenol สกัดจากแกนกลางต้นโอ๊ตซึ่งเป็นสาร Anit-Oxidant ที่มีประสิทธิภาพเข้มข้นสูง ประสานส่วนผสมของสาร Anti-oxidant จากไวท์ที และสาร Tocotrienols จากผลแครนเบอรี่ ผสานการบำรุง อย่างเข้มข้นจากน้ำมันดอกคาเมเลีย
ต่อต้าน ริ้วรอย สามารถลดริ้วรอย ปรับปรุงและบรรเทาผิวหนัง ผิวกระชับและฟื้นฟู ปรับโครงสร้างผิว โดยมองเห็นได้อย่างชัดเจน
นุ่มนวล ผิวเรียบเนียนนุ่มขึ้นสำหรับผู้หญิง89%
ชุ่มชื้นยาวนาน ด้วยน้ำมันจากดอก Camellia ที่มีฤทธิ์ให้ความชุ่มชื้นมากเป็นพิเศษ
ปกป้องและป้องกันผิว ช่วยกระตุ้นการป้องกันผิวตามธรรมชาติ โดยต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากมลภาวะ และรังสียูวี ช่วยลดผลกระทบจากแสงแดดที่ทำให้เกิดริ้วรอยดูมีอายุประสิทธิภาพได้รับการ พิสูจน์ทางคลีนิก

CORINE DE FARME Radiant Complexion

กล่องสีชมพู ( 50 ml. )

ช่วยทำให้ หน้าขาวใส เรียบเนียน ลดฝ้า กระ และจุดด่างดำ บนใบหน้า สกัดจากเปลือกลิ้นจี่
ควรใช้อย่างต่อเนื่องเช้าเย็น จะเริ่มเห็นผลภายในระยะ 2 สัปดาห์ขึ้นไป
มีสารต้านอนุมูลอิสระ
ผิวกระจ่างใส ผิวไม่เป็นมันเงา : ผิวกระจ่างใส โดยไม่ทำ ให้ผิวเป็นมัน เป็นเงา ผิวนุ่มนวลและผ่อนคลาย
ผิวชุ่มชื่น ยาวนาน : ด้วยน้ำมันจากดอก Camellia ที่มีฤิทธิ์ให้ความชุ่มชื้นมากเป็นพิเศษ
ปกป้อง และป้องกันผิวช่วยกระตุ้นการป้องกันผิวตามธรรมชาติ โดยต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากมลภาวะ และรังสียูวี ประสิทธิภาพได้รับการพิสูจน์จากคลินิก

Litchidrem สารสกัดเปลือกของลิ้นจี่ ; อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์, โพลีฟีนอล ซึ่งเป็น สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ และ
กรดไขมันจำเป็น (linoleic acid) ช่วยชลอวัย, ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระของเซลผิวหนัง ผิวกระจ่างใส กระชับรูขุมขน ผิวมีน้ำมีนวล
Camellia : อุดมไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็นต่อผิวหนัง ช่วยหล่อเลี้ยง ปรับโครงสร้าง และบรรเทาผิว ให้ผิวแข็งแรงมีความยืดหยุ่น
White Tea : อุดมไปด้วยโฟลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดระดับของออกซิเจนในเซลที่นำโดยรังสียูวีซึ่งทำให้ผิวเกิดริ้วรอย หมองคล้ำ

ปกติราคากล่องละ 2,500 บาท
โปรโมชั่น พิเศษ เฉพาะช่วงเปิดตัว
ซื้อ 1 กล่อง ลด 10% เหลือกล่องละ 2,250 บาท
ซื้อ 2 กล่อง ขายในราคา 4,000 บาท ประหยัดถึง 1,000 บาท
เป็นสินค้านำเข้าไม่มีวางจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไปนะคะ
                                                                                         สั่งซื้อ โทรหาเมย์ได้เลยค่ะที่ 081-485-4744 หรือ
กรอกแบบฟอร์มสั่งซื้อ โดยคลิกลิงค์นี้ได้เลยค่ะ

Posted in ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว | Tagged , , | Comments Off

วิธีลดเลือนริ้วรอยง่ายๆ

การลดเลือนริ้วรอย ที่สาวๆ อาจจะคาดไม่ถึง

นอนหงาย
          สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกันแนะนำว่า การนอนในท่าใดท่าหนึ่งเพียงท่าเดียวทุกๆ คืนจะทำให้หน้ายับ ก่อนจะกลายเป็นริ้วรอยที่เห็นได้ชัดบนผิวหน้า และไม่เลือนหายไปแม้ว่าคุณจะลุกขึ้นมาแล้วก็ตาม โดยการนอนตะแคงข้างจะเพิ่มริ้วรอยที่แก้มและคาง ขณะที่การนอนคว่ำจะทำให้เกิดรอยย่นบนหน้าผาก ฉะนั้นเพื่อลดการก่อตัวของริ้วรอยแนะนำให้สาวๆ เปลี่ยนมานอนหงายแทน แม้ว่าอาจจะไม่ชินในช่วงแรก และเผลอพลิกไปนอนในท่าที่เคยชินตอนหลับไปแล้ว แต่ก็ยังดีกว่านอนตะแคง หรือนอนคว่ำอย่างเดียวโดยไม่เปลี่ยนท่าเลยตลอดคืน

รับประทานปลามากขึ้น
        อันนี้ฝรั่งเขาแนะนำให้รับประทานปลาแซลมอน ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีแล้ว ยังอุดมไปด้วยวิตามินที่ดีต่อผิว เพราะว่ามีส่วนประกอบของกรดไขมันจำเป็นที่ชื่อว่ากรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น ยืดหยุ่น เด้งดึ๋ง และดูอ่อนเยาว์ รวมถึงช่วยลดเลือนริ้วรอยด้วย แต่สำหรับคนไทยอาจจะหันมารับประทานปลาสวาย ปลาไทยๆ ราคาไม่แพง แต่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ไม่แพ้ปลาชนิดไหนในโลกแทนก็ได้ ไม่ต้องรับประทานปลาแซลมอนให้เปลืองสตางค์

 

 

 

เลิกหยีตา-หาแว่นมาใส่ด่วน
        สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกันแนะนำว่า การขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้าซ้ำๆ อย่างเช่นการหยีตา จะทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าต้องทำงานหนักเกินไป และทำให้เกิดร่องลึกที่ชั้นใต้ผิวหนัง ซึ่งร่องลึกเหล่านี้จะพัฒนาไปเป็นริ้วรอยถาวร ฉะนั้นทำตาโตๆ กันเข้าไว้ โดยการใส่แว่นสำหรับอ่านหนังสือ (ถ้าจำเป็นต้องใช้ เพราะสายตาสั้น) รวมถึงควรใส่แว่นกันแดดเพื่อปกป้องผิวหนังรอบๆ ดวงตาไม่ให้ถูกแสงแดดทำร้าย และเพื่อคุณจะได้ไม่ต้องหยีตาหลบแดดอีกด้วย

ผิวสวยด้วยกรดผลไม้
         เพราะกรดผลไม้ช่วยลอกเซลล์ของชั้นผิวหนังที่ตายแล้วให้หลุดออกไป จึงช่วยลดเลือนริ้วรอยจางๆ และริ้วรอยลึกๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งริ้วรอยรอบๆ ดวงตา โดยมีหลักฐานชิ้นใหม่แสดงว่า กรดผลไม้ที่มีความเข้มข้นสูง จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อีกด้วย

เปลี่ยนจากกาแฟมาเป็นโกโก้
         ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในปี 2006 ใน the Journal of Nutrition รายงานว่า โกโก้มีสารประกอบ flavonol 2 ชนิด คือ เอพิคาเตซิน และคาเตซิน ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของแสงแดด ทำให้การหมุนเวียนของเลือดเข้าสู่เซลล์ผิวหนังได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวนุ่มเนียนมากขึ้น

อย่าล้างหน้าบ่อยเกินไป
        แพทย์ผิวหนังบอกว่า น้ำประปาจะรบกวนน้ำมันที่ผิวหนังสร้างขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยปกป้องผิวไม่ให้เกิดริ้วรอย ดังนั้นการล้างหน้าบ่อยๆ จะล้างสิ่งที่ปกป้องผิวหนังออกไป เว้นแต่ว่าสบู่ที่คุณใช้จะมีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยปกป้องผิว จึงขอแนะนำให้ใช้เคลนเซอร์ล้างหน้าแทนสบู่

 ใช้วิตามินซีชนิดทา
       ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Tulane และผลการศึกษาจากที่อื่นพบว่า วิตามินซีสมารถเพิ่มการผลิตคอลลาเจน ช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของรังสียูวีเอและยูวีบี ทำให้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอลดลง รวมถึงทำให้ภาวะผิวหนังอักเสบมีอาการดีขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิตามินซีที่ใช้ด้วย ปัจจุบันผลการวิจัยส่วนมากพบว่า กรดแอล-เอสคอร์บิก สามารถลดริ้วรอยได้มากที่สุด

กินถั่วเหลืองมากขึ้น
        ผลการวิจัยแสดงว่า ถั่วเหลืองอาจจะช่วยปกป้องหรือเยียวยาผิวที่ถูกแสงแดดทำร้ายได้ โดยผลการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ใน The European Journal of Nutrition รายงานว่า อาหารเสริมที่มีถั่วเหลืองเป็นส่วนประกอบพื้นฐานชนิดหนึ่ง ซึ่งมีวิตามินต่างๆ โปรตีนจากปลา และสารสกัดจากชาขาว เมล็ดองุ่น และมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบด้วย ช่วยทำให้โครงสร้างของผิวดีขึ้นภายใน 6 เดือน

ดูแลผิวด้วยวิธีการที่ถูกต้อง
ถ้าคุณต้องการรักษาผิวให้ดูอ่อนเยาว์ ควรเริ่มต้นการดูแลอย่างถูกต้อง ด้วยวิธีที่คุณอาจจะเคยได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่เคยทำเลย ดังนี้

– หลีกเลี่ยงแสงแดด
- ทาครีมกันแดด
- ไม่สูบบุหรี่
- บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์

เพียงใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ผิวของคุณก็จะเกิดริ้วรอยได้ยากขึ้น



Posted in ผิวพรรณ, สาระน่ารู้, สุขภาพ, เทคนิคความงาม | Tagged , | Comments Off

“ผิวแพ้ง่าย”

เชื่อว่าคุณผู้หญิงหลายคนมีปัญหาผิว เช่น แสบ แดง คันหรือเป็นผื่นเมื่อถูกแดด หรือบางรายอาจมีฝ้า กระ จุดด่างดำ เกิดขึ้นทั้งที่อายุยังน้อย คุณทราบหรือไม่ว่านี้คือสัญญาณบ่งบอกว่าคุณมีแนวโน้มผิวบาง และอีกไม่นานหากปลอยทิ้งไว้คุณจะพบกับปัญหาผิวที่ยากจะแก้ไข ปัญหาผิวบางเกิดได้จากหลายๆ สาเหตุ หากพูดถึงผิวบางจากการใช้ผลิตภัณฑ์ไวเทนนิ่งแล้ว จะขอกล่าวถึงปัจจัยนอก  ปัจจัยภายนอก คือ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดผิวบาง           ผู้หญิงทุกคนอยากมีผิวหน้ากระจ่างใสแต่ลืมคิดไปว่าผลิตภัณฑ์ไวเทนนิ่งที่ใช้ อยู่ทำให้ผิวกระจ่างใสจริงและปลอดภัยหรือไม่ คุณหรือเพื่อนๆข้างกายหลายคน คงเคยพบปัญหาการใช้ไวเทนนิ่งแล้วผิวขาวขึ้นอย่างทันใจ ใครหลายๆคนก็ทักว่าคุณมีหน้าขาวใสขึ้น ในช่วงแรก แต่...ไม่นานผิวกลับคล้ำเสียกว่าเดิมซ้ำยังเกิด ฝ้า กระ จุดด่างดำอีกด้วย  คุณรู้หรือไม่...เกิดอะไรขึ้นกับใบหน้าของคุณ          การที่คุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม และไม่ปลอดภัยเพราะมีสารที่เป็นอันตราย อันตรายต่อผิว เนื่องจากมีส่วนผสมของสารที่มีความเป็นกรด มากเกินไป เช่น กรด BHA (Beta Hydroxyl Acid)กรดวิตามินซี กรดวิตามินเอ สารเหล่านี้ช่วยให้หน้าขาวขึ้นจริงในตอนแรกสุดท้ายกลับทำลาย ผิวหน้าและก่อ ปัญหาทิ้งไว้อีกด้วย เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เข้าไปเร่งการผลัดเซลล์ผิว ทำให้การผลัดเซลล์ผิวบริเวณหนังกำพร้าหลุดลอกเร็ว และมากกว่าปกติ ส่งผลให้เกราะปกป้องผิวอ่อนแอ ผิวบางลง ทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่ายและนำไปสู่ปัญหา ผิวไวต่อแสงแดด ซึ่งเมื่อออกแดด จะทำให้เกิด อาการแดง แสบ คันหรือมีผื่น โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้ม และเมื่อ ผิวบางและไวต่อแดดปัญหาที่จะพบต่อมาคือ ฝ้า กระ จุดด่างดำ คล้ำเสียสะสม มากยิ่งขึ้น   ดูแลผิวอย่างไรหากคุณเป็นคนผิวบาง         ทุกๆครั้งของการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไวเทนนิ่ง คุณควรแน่ใจว่าไม่มีส่วนผสมของสารที่ทำให้ผิวบาง เช่น กรดวิตามินซี กรดวิตามินเอ กรด BHA (Beta Hydroxyl Acid) เพราะสารเหล่านี้ก่อให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวได้ง่าย เร่งการผลัดเซลล์ผิวบริเวณหนังกำพร้ามากกว่าปกติ ทำให้เกราะปกป้องผิวอ่อนแอ ผิวจึงบางลง ถ้าเริ่มมีจุดด่างดำ กระ ฝ้า ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มไวเทนนนิ่ง ที่ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดการ ระคายเคืองที่ผิวได้ง่าย ปลอดสารทำให้ผิวบาง และไม่เร่งการผลัดเซลล์ผิวมากกว่าปกติ ไม่เช่นนั้นปัญหาจุดด่างดำ ผิวคล้ำเสียสะสมจะรุนแรงขึ้น และคล้ำเสียกว่าเดิม ป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหาผิวบาง           คุณควรแน่ใจว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ไวเทนนิ่งที่คุณใช้ผ่านการทดสอบทางคลีนิกโดย ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจากสถาบันการวิจัยที่น่าเชื่อถือ และทดสอบแล้วว่าได้ ผลจริงเหมาะสมกับสภาพผิวนอกจากนี้ต้องตรวจสอบแล้วว่า ส่วนผสมเป็นสารที่ปลอดภัยไร้สารทำให้ผิวบาง ซึ่งสารที่ปลอดภัย ได้แก่            - สารสกัดจากธรรมชาติที่ไม่ระคายเคืองต่อผิว และสามารถทำงานร่วมกับผิวได้ดี ทั้งนี้ต้องได้รับการพิสูจน์และทดสอบแล้วว่าปลอดภัย  ไม่ระคายเคืองต่อผิวและไร้สารทำให้ผิวบาง            - สารที่ได้รับการยอมรับหรือใช้ในการรักษาผิวพรรณโดยแพทย์ผิวหนัง            - สารที่ทำงานร่วมกับผิวเสมือนเป็นแหล่งอาหารหรือพลังงานให้ผิวทำงานตามกระบวนการธรรมชาติได้อย่างดีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  สารที่ปลอดภัยและเป็นสารอาหารสำคัญต่อผิว            เช่น Licochachone, Panthenol (vitamin B5), Vitamin E Acetate, Ubiquinone, Octadecenedioic Acid เป็นต้น โดยผ่านการพิสูจน์แล้วว่า ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้จึงให้ประสิทธิภาพในการบำรุงและเติมสารอาหารให้กับผิว มีประสิทธิภาพยาวนานและปลอดภัย  ที่มา ... msn.co.th 
Posted in ผิวพรรณ, สาระน่ารู้, สุขภาพ | Tagged , | Comments Off

เคล็ดลับกระชับสัดส่วน

เคล็ดลับกระชับสัดส่วน

วิธีลดหุ่นแบบง่ายๆ ต่อไปนี้อาจจะทำให้คุณผู้หญิงหลายๆ คนได้มีหุ่นดีๆ แบบง่ายๆ และไม่ต้องยุ่งยากอีกด้วย ถึงแม้ว่า วิธีลดหุ่นแบบง่ายๆ ใน 20 ข้อต่อไปนี้อาจดูเหมือนยากแต่จริงๆ ไม่อยากอย่างที่คิดถ้าคุณปฏิบัติอย่างเคร่งครัด รับรองว่าทั้งหมดนี้จะได้ กลายเป็นความเคยชินแล้วก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปค่ะ

วิธีลดหุ่นแบบง่าย

1. ใช้จานชามสีเข้มขรึม

เนื่อง จากภาชนะใส่อาหารที่มีสีสดใสจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารมาก ขึ้น ดังนั้นเพื่อสกัดกั้นความอยากเสียตั้งแต่ยังไม่เริ่มลงมือกินจึงควรจัดอาหาร ใส่ไว้ในภาชนะสีเข้ม ๆ อย่างเช่น สีดำ หรือสีน้ำเงินเข้ม จะเป็นการดีกว่า

2. รับประทานผักมาก ๆ

แบ่งสัดส่วนการรับประทานอาหารในแต่ละวันของคุณออกเป็น 4 มื้อ และสามในสี่มื้อนั้นควรเป็นอาหารประเภทผักล้วน ๆ คิดเสียว่าอย่างไรผักก็มีประโยชน์ และหากอยากลดหุ่นให้ได้จริงๆ ข้อนี้ห้ามละเลย

3. ดื่มน้ำเย็น ๆ

เพราะน้ำเย็น ๆ จะช่วยให้ร่างกายต้องดึงพลังงานความร้อนในตัวออกมาเพื่อปรับอุณหภูมิของน้ำ นั้นให้เหมาะสมกับอุณหภูมิในร่างกาย ด้วยเหตุนี้ขณะที่เราได้ดื่มน้ำเย็น ๆ ร่างกายจึงต้องเผาผลาญแคลอรีมากขึ้น

4. กินแต่อาหารที่ไม่ติดมัน

อาหารประเภทเนื้อสัตว์ติดมัน หมูสามชั้นทอดกรอบ กุนเชียง กากหมู หนังไก่หรืออาหารที่ทอดด้วยน้ำมัน ควรจะงดเว้นให้เด็ดขาดหากยังไม่อยากสูญเสียทรวดทรงองค์เอวอันสวยงามสมส่วน

5. เลือกกินของหวานอย่างเหมาะสม

ขนมหวาน ๆ อย่างทองหยิบ ฝอยทอง หม้อแกง เค้กหรือช็อกโกแลตเป็นของหวานที่อุดมไปด้วยนม เนย ไข่ และน้ำตาล แถมเวลาได้รับประทานแล้วจะรู้สึกเพลิดเพลินมีความสุขทำให้ทานชิ้นเดียวหยุด ไม่ได้ ฉะนั้นหากต้องการลดน้ำหนักก็จงตัดอกตัดใจเสียเถอะ ทางที่ดีควรหันมารับประทานลูกพลับหรืออินทผลัมอบแห้งจะสามารถช่วยป้องกัน อาการอยากของหวานเหล่านั้นได้

6. งดใส่ครีมในกาแฟ

แม้ครีมเทียมจะทำให้รสชาติของกาแฟกลมกล่อมขึ้นแต่คิดดูสิครีมเทียมเพียง 1 กรัม สามารถให้พลังงานสูงถึง 9 แคลอรี่ แล้วกาแฟที่คุณดื่มใส่ครีมกี่ช้อนต่อแก้ว ถ้าวันหนึ่งคุณดื่มกาแฟสัก 3-4 แก้ว ร่างกายจะได้รับแคลอรี่โดยไม่รู้ตัวมากมายขนาดไหน

7. สลัดน้ำข้น ไขมันเพียบ!

คุณบอกว่ารับประทานแต่สลัดแต่ทำไมยังอ้วนอีกที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะน้ำสลัด ที่คุณเลือกรับประทานล้วนเป็นน้ำสลัดข้น ๆ ที่อุดมไปด้วยครีมนมและไขมันนมถ้ารับประทานอย่างนี้แล้วจะผอมได้อย่างไรละคะ

8. ซดน้ำแกงจืดก่อนอาหาร

เป็นความคิดที่ดีที่จะจัดการกับน้ำแกงจืดหรือไม่ก็ดื่มน้ำสักแก้วสองแก้ว ก่อนรับประทานอาหาร ทั้งนี้ก็เพื่อให้คุณรู้สึกอิ่มกับอาหารตรงหน้า แต่ถ้าหากยังสามารถกินอาหารได้อีกก็จะกินได้ในปริมาณที่น้อยลง

9. เลือกกินข้าวกล้องแทนข้าวขาว

ข้าวเป็นอาหารหลักที่เราต้องรับประทานเกือบทุกมื้ออยู่แล้ว และถ้าหากได้รับประทานข้าวกล้องแทนข้าวขาวเราก็จะไม่ได้เพียงแค่คาร์โบ ไฮเดรตเฉย ๆ แต่ยังได้ทั้งวิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆ มากมายจากเยื่อหุ้มและจมูกข้าวที่ไม่ได้ถูกขัดสีออกไปด้วย

10. เลิกนิสัยกินจุบกินจิบ

อย่าสร้างความเคยชินให้กับตัวเองด้วยการกินนั่นกินนี่ไม่เป็นเวล่ำเวลาอยู่ เรื่อยไป แต่ควรกินอาหารเป็นมื้อเป็นคราวเท่านั้น โดยเฉพาะเวลานั่งอยู่หน้าจอทีวีไม่ควรหาขนมกรุบกรอบ อาทิเช่น มันฝรั่งทอด ข้าวเกรียบหรือคุ้กกี้ กินไปดูทีวีไปตลอดเวลา เพราะจะทำให้กินเพลินจนลืมเรื่องอ้วน

ลองดูนะคะ

 

Posted in ลดความอ้วน, สาระน่ารู้, เทคนิคความงาม | Tagged | Comments Off

โคเอนไซม์คิว -10

สารอาหารต้านอนุมูลอิระนี้พบได้ในทุกเซลล์ของสิ่งมีชีวิต และมีความสำคัญมากต่อกระบวนการสร้างพลังงาน ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายของเรา หากเราขาดโคคิว 10 ไป เซลล์ของเราก้อจะหยุดทำงานทันที เมื่อเราอายุมากขึ้น ระดับของโคเอนไซคิว 10จะลดลงซึ่งอาจสัมพันธ์การเกิดโรคหลายชนิด และโดยเฉพาะคือโรคที่เกี่ยวข้องกับความชรา การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ความเครียด การติดเชื้อ อาจส่งผลให้ร่างกายมีปริมาณโคเอนไซม์คิว 10  ไม่เพียงพอ โคเอนไซม์คิว 10 มีคุณสมบัติหลายอย่างคล้ายวิตามินอี ช่วยเพิ่มพลังงาน เสริมการทำงานของหัวใจ รักษาโรคเหงือก และเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ยิ่งไปกว่านั้นการศึกษาจากสถาบันโรคทางระบบประสาท และโรคหลอดเลือดสมองแห่งชาติ (National Institute of Neurological Disorders and Stroke)  สหรัฐอเมริกา ได้สรุปว่า โคคิว – 10 ช่วยชลอการผิดปรกติ และการดำเนินโรคในโรคพากินสันได้

 

จาก วิตามินไบเบิล

Posted in สาระน่ารู้ | Tagged , | Comments Off

สารต้านอนุมูลอิสระทำอะไรให้คุณได้บ้าง

สารต้านอนุมูลอิสระทำอะไรให้คุณได้บ้าง

- ชลอกระบวนการชรา

- ลดระดับคอลเรสเตอรอล

- ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง

- ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และโรคเส้นโรหิตในสมองตีบ

- ลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งทุกชนิด

- ช่วยชลออาการโรคอัลไซเมอร์

- ช่วยยับยั่งการเจริญเติบโตของเนื้องอกต่างๆ

- ช่วยร่างกายขับสารพิษที่ก่อมะเร็ง

- ป้องป้องดวงตาของคุณจากโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งเป็นสาเหตุของการตาบอดในผู้สูงอายุ

-ช่วยป้องกันโรคปอดเรื้อรังต่างๆ เช่นโรคหอบ หลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง

- เป็นเกราะป้องกันมลพิษจากสิ่งแวดล้อม

 

จาก  วิตามินไบเบิล

Posted in สาระน่ารู้ | Tagged , | Comments Off

วิตามินซี !

ข้อเท็จจริง : ละลายในน้ำได้ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพสูง สัตว์ส่วนใหญ่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีได้เอง แต่มนุษย์ ลิง และ หนูตะเพา ต้องอาศัยวิตามินซีจากการรับประทาน  มีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งมีความสำคัญต่อกระบวนการสร้างและซ่อมแซมเซลเนื้อเยื้อต่างๆ เหงือกผนังหลอดเลือด กระดูก และ ฟัน  ช่วยให้ร่างการดูดซึมแร่ธาตุได้ดีขึ้น มีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัม (มก.) ถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็วเมื่อตกอยู่ในภาวะเครียด ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันอยู่ที่ 60 มก. (ในระหว่างตั้งครรภ์ และให้นมบุตรแนะนำที่ 70-95 มก)  ผู้ที่สูลบุหรี่ และผุ้สูงอายุ  ต้องการวิตามินซีเพิ่มขึ้น (ร่างกายสูญเสียวิตามินซี 25-100 มก.ต่อการสูบบุหรี่ 1 มวน)  ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาอ๊อดซิเดชั่นของคอลเรสเตอรอลชนิดไม่ดี

วิตามินซี นี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร

- ช่วยในการรักษาแผลสดแผลไหม้ และอาการเลือดออกตามไรฟัน

- เพิ่มประสิทธิภาพของยาที่ใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อทางเดินปัสสวะ

- เร่งแผลผ่าตัดให้หายเร็วขึ้น

- ช่วยลดระดับคอลเรสเตอรอลในเลือด

- ช่วยป้องกันติดเชื้อไวรัส และ แบคทีเรียหลายชนิด และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น

- ช่วยป้องกันมะเร็งหลายประเภท

- เป็นยาระบายตามธรรมชาติ

- ลดการเกิดเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ

- ช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัด

- เพิ่มการดูดซึมของธาตุเหล็ก

- ลดอาการที่เป็นผลมาจากสารที่ก่อให้เกิดภุมิแพ้

- ช่วยลดความดันเลือด

- ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด

ผลไม้ลดเปรี้ยว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผักใบเขียว มะเขือเทศ แคนตาลูป ดอกกระหล่ำ มันฝรั่ง และพริกไทย

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

วิตามินซีเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่รับประทานกันอย่างแพร่หลายที่สุด มีจำหน่ายทั้งในรูปเม็ดอัด แคปซูล ลุกอม เม็ดแบบแตกตัวช้า น้ำเชื่อมแบบผง แบบเคี้ยว หรือเรียกได้ว่าแทบทุกรูปของวิตามินที่มีอยู่ในโลกนี้

วิตามินซีบริสุทธิ์ คือ รูปที่แปลงมาจากน้ำตาลเดร็กซ์โทรส จากข้าวโพด (ถึงแม้จะไม่มีข้าวโพด หรือ เดกซ์โทรสหลงเหลืออยู่เลย)  ความแตกต่างระหว่างวิตามินซี จาก ธรรมชาติ หรือ แบบ อินทรีย์ (organic) และกรดแอสคอบิคสังเคราะห์โดยทั่วไป คือความยากง่ายในการย่อยและดูดซึม ซึ่งต่างกันไปตามความสามารถในแต่ละคน

วิตามินซี ในรูปแบบเม็ด หรือ แคปซูล มักมีขนาด 1000 มก. ส่วนในรูปผงละลายน้ำมักมีขนาด 5000 มก. ต่อช้อนชา  ขนาดที่มักแนะนำให้รับประทานกันคือ 500 มก. ไปจนถึง 4 กรัมต่อวัน

จาก วิตามินไบเบิล

 

Posted in Vitamin | Tagged , , , | Comments Off

การเก็บรักษา และ ความคงทนของวิตามิน

ผลิตภัณฑ์วิตามิน และ แร่ธาตุเสริมอาหารควรเก็บรักษาในที่แห้ง และ มืด ห่างไกลจากแสงแดด บรรจุในภาชนะที่ทึบและ ปิดมิดชิด ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ในตู้เย็น นอกเสียจากว่าคุณอยู่ภูมิอากาศแบบทะเลทราย  เพื่อป้องกันความชื้น ให้ใส่ข้าวสาร 5-10 เม็ด ลงไปในก้นกระปุกวิตามิน ข้าวจะเป็นตัวดูดซับความชื้นตามธรรมชาติได้

วิตามินที่เก็บในตู้เย็น  พ้นจากแสง และปิดไว้อย่างดี จะมีประสิทธิภาพ คงอยู่ได้ 2-3 ปี แต่เพื่อนรับประกันความสดใหม่ คุณควรเลือกซื้อยี่ห้อที่ระบุวันหมดอายุไว้ที่ฉลาก และเมื่อคุณเปิดกระปุกแล้วจะมีประสิทธิภาพ คงอยู่ได้ประมาณหกเดือน

ร่างกายของเรามีแนวโน้มที่จะขับสารต่างๆ ที่เรารับประทานออกมาทางปัสวะ ในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง โดยเฉพาะบรรดาวิตามินที่ละลายน้ำมักเป็นไปตามกฏนี้เป็นส่วนมาก เช่น วิตามินบี และ ซี โดยเฉพาะหากรับประทานตอนท้องว่าง วิตามิน บีและ ซี จะถูกขับออกจากร่างกายอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงสองชั่วโมงหลังรับประทาน

วิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามินเอ ดี อี และ เค จะอยูในร่างกายเราประมาณ 24 ชม. ปริมาณที่มากเกินความจำเป็นจะถุกนำไปเก็บไว้ที่ตับได้นานขึ้น แต่วิตามิน เอ และ อี แบบแห้งจะไม่สามารถอยู่ในร่างกายได้นานเท่า

 

จาก  วิตามินไบเบิล

 

 

Posted in สาระน่ารู้ | Tagged , , | Comments Off

ทำไมวิตามินจึงมีหลายรูปแบบนัก

ความต้องการของแต่ละคนต่างกันไป ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ผลิตจึงนำเสนอ วิตามินในรูปแบบที่หลากหลาย

- เม็ดอัด เป็นรูปที่เจอได้บ่อยแล้วสะดวกที่สุด ง่ายต่อการพกพา เก็บรักษาไว้ได้นานว่าแบบผง หรือ แบบน้ำ และไม่สามารถใส่สารอื่นเจอปนได้

- แคปเลต เป็นเม็ดอัดในรูปทรงเหมือน แคปซูล  อาจมีการเคลือบด้านนอก อีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้มันแตกตัวในลำไส้เล็ก ไม่แตกตัวในกระเพาะ (ซึ่งมีความเป็นกรด)

- แคปซูล เช่นเดียวกับเม็ดอัด สะดวกและเก็บรักษาง่าย เป็นรูปที่พบได้บ่อยสำหรับวิตามันที่ละลายในไขมัน เช่น เอ ดี อี มีสารปรุงแต่งยาผสมอยู่น้อยกว่าแบบเม็ดอัด

- แคปซูลเจลลาติน ทำมาจากเจลลาติน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ควรเก็บให้พ้นแสง ในที่เย็นและแห้ง เพื่อป้องกันการเกิดออกซิเดชั่น

- แคปซูลมังสวิรัติ ปราศจากส่วนประกอบที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ แป้ง น้ำตาล และสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ทำมาจากเซลลูโลส และเส้นใยอาหารจากพืช ซึ่งมีความทนทานต่อเชื้อรา และ แบคทีเรีย สามารถเก็บในห้องที่มีอุณหภูมิสูงได้ โดยไม่ละลายหรือเกาะติดกัน ไม่มีผลกระทบจากอากาศเย็น และ แห้ง ซึ่งส่งผลให้แคปซูลแบบเจลลาติน เปราะ แต่โชคร้ายหน่อยที่มันอาจทำปฏิกิริยากับสารที่อยู่ในแคปซูลเอง จึงไม่เป็นที่นิยมเท่ากับแคปซูลเจลลาติน และมีราคาแพงกว่าแคปซูลปรกติมาก

- ซอฟต์เจล (หรือ เจลแคป) เป็นแคปซูลเจลลาตินแบบนุ่ม ซึ่งทำให้หลายคนรู้สึกว่ากลืนง่ายกว่าแคปซูลปรกติ เช่นเดียวกับเม็ดอัดหรือแคปซูลซอฟต์เจล ต้องผ่านกระบวนการในระบบย่่อยอาหาร จึงออกฤิทธิ์ ได้ช้ากว่าแบบน้ำ หรือ แบบผง

- ผง มีข้อได้เปรียบตรงที่ มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ( 1 ช้อนชาของวิตามินซีแบบผงหลายยี่ห้อ มีปริมาณวิตามินซีถึง  4,000 มก.) และ ข้อได้เปรียบในแง่ของปราศจากสารปรุงแต่ง ตัวนำยา หรือสารอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้

- แบบเหลว ใช้สำหรับชงผสมกับเครื่องดื่มต่างๆ และเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถ กลืนเม็ดแคปซูลหรือเม็ดยาได้

- สเปรย์ในปาก ส่งผ่านสารอาหารความเข้มข้นต่ำสู่ช่องปากส่วนใต้ลิ้น โดยตรงสารอาหารจะไม่ต้องผ่านระบบย่อยอาหาร และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางเยื้อบุภายใน 15 นาที

- เม็ดอมใต้ลิ้น เป็นแบบเม็ดละลายใต้ลิ้น (สำหรับวิตามินบี 12 รูปแบบนี้เป็นแบบที่ผมขอแนะนำ เพราะมันจะถูกดูดซึมเข้าทางร่างกายได้ดีกว่า)

- แผ่นปิด และ แบบแผ่นฝังใต้ผิวหนัง จะให้สารอาหารในปริมาณที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะนี้ ยังมีจำกัด

จาก วิตามินไบเบิล

Posted in Vitamin | Tagged | Comments Off

วิตามินมาจากไหน

เพราะวิตามินเป็นสารธรรมชาติที่พบได้ในอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่คุณรับประทาน ไม่ว่าจะเป็บแบบแคปซูล เม็ดอัด ผง หรือ น้ำ จึงมาจากอาหารเช่นกัน ถึงแม้ว่าเราสามารถสังเคราะห์ วิตามินได้หลายตัว แต่ส่วนใหญ่แล้วจะใช้วิธีการสกัด จากแหล่งธรรมชาติมากกว่า

ตัวอย่างเช่น วิตามินเอ มักมาจากน้ำมันตับปลา วิตามินบีรวมได้มาจาก ยีสต์ หรือ ตับ วิตามินซี จะดีที่สุด หากสกัด มาจากโรสฮิป ซึ่งเป็นเบอร์รี่ที่พบในผลของกุหลาบชนิดหนึ่ง พบได้หลังจากที่กลีบร่วงโรยแล้ว หรืออาจสกัด จากแป้งมัน  และสำหรับวิตามินอี ส่วงใหญ่แล้วจะสกัดจากถั่วเหลืองจมูกข้าว หรือ ข้าวโพด

จาก วิตามินไบเบิล

Posted in Vitamin | Tagged , | Comments Off